The perishers - Nothing like you and I

posted on 25 Oct 2011 13:11 by promisez
We spent some time
together walking
Spent some time just talking
about who we were
You held my hand so
very tightly
And told me what we
could be dreaming of

There’s nothing like you and I

We spent some time
together drinking
Spent some time just thinking
about days of joy
As our hearts started
beating faster
I recalled your laughter
from long ago

There’s nothing like you and I

We spent some time
together crying
Spent some time just trying
to let each other go
I held your hand so
very tightly
And told you what I would be
dreaming of

There’s nothing like you and I
So why do I even try?
There’s nothing like you and I

Where am I - ฉันหายไปไหนมา??

posted on 05 Mar 2011 00:41 by promisez
เหมือนว่าฉันหลงทางอยู่ ในดินแดนที่วกวน
ฉันไม่รู้ว่ามันสิ้นสุดที่ตรงไหน
 
 
วันเวลาก็ยังเดินต่อไปเรื่อย ๆ
ฉันเพียงแต่แปลกใจว่า
 
 
 
ฉัน หายไปไหนมา
 
ทั้ง ๆ ที่เดินมาบนถนนสายนั้นมันก็ถูกทางแล้ว
คล้ายกับว่าฉันเดินตกหน้าถนนแล้วกลิ้งลงไปเจอกับอะไรบางอย่าง
ที่มันยิ่งฉุดให้ฉันเดินลงไป แล้วขึ้นมาไม่ได้
 
 
 
 
 
ตอนนี้ฉันฉุกคิดแล้ว
ฉันจะไม่เดินลงไปอีกแล้ว
 
ฉันจะไต่ทางสูงนั้นขึ้นมา
 
กลับมาเดินบนถนนเส้นเดิม
เส้นทางที่ฉันเคยเลือกไว้
 
ถึงแม้ว่ามันจะใ้ช้เวลานาน กว่าจะขึ้นมาอยู่บนทางเดิมได้
 
แต่ฉันก็จะพยายาม ให้ถึงที่สุด

"คนล่าฝัน"ตัวจริง

posted on 07 May 2010 20:51 by promisez
ผู้เยี่ยมชมบล็อกนี้ไม่รู้จะทราบหรือยังว่าจขบ.เป็นคนจังหวัดไหน
บอกเลยแล้วกัน เป็นคนจังหวัดลพบุรีค่ะ   (ลิงเยอะ T T)
หลังจากที่เมื่อคืนมีเรื่องให้เรางง ๆ และทิ่มแทงใจจี๊ด ๆ .....นิดนึง
ก็เลยเศร้า ๆ เอ๋อ ๆ ไปทั้งวัน(แอบเข้าร้านเกมคนเดียวด้วย ไปคนเดียวน่ากลัวชะมัด)
เมื่อเย็นนี้ไปเดินตลาดนัดคลองถมมาค่ะ(ตลาดนัดกล้วยกล้วย ข้างโลตัสลพบุรี)
 ไม่รู้ว่าจะมีใครเคยเห็นร้านนี้บ้างไหมคะ??
 
V
V
V
 
 
ปกติเราจะไปเดินคลองถมบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยเจอร้านนี้มาก่อน เลยลองแวะดู
ตอนแรกนึกว่าเอาหนังสือเก่า หรือ รายงานนักเรียนมาขาย
แต่พอดูใกล้ ๆ แล้ว น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ
 
  (ตรงที่มีแดดส่องเขียนว่า
"ถ้าท่านแมตตาสงสาร กรุณาช่วยบริจาคค่าข้าว ค่าเดินทาง ค่าสมุดปากกา
แก่ผมด้วยครับ ขอบคุณครับ")
 
นี่คือป้ายที่ผู้เขียนบันทึกเหล่านี้เอามาวางค่ะ
ตอนที่เรามาเริ่มอ่านเขายังตั้งร้านไม่เสร็จ เราก็มองหาอยู่ว่าใครเป็นคนเขียนนะ
แล้วผู้เขียนก็เอาป้ายนี้มาวางค่ะ
 
(อยากเห็นหน้าผู้เขียนกันแล้วใช่ไหมคะ
แต่ว่าเรายังไม่ให้เห็นค่ะ )
 
เขาชื่อว่า
นายวิโรจน์  ธรรมเกษร(ตุ๊ก)
(พี่ร้านข้างๆเขาบอกชื่อเล่นมา พอดีเค้ากำลังช่วยตั้งป้ายเหลืองๆนี้ให้มันคงที่
เราก็เลยไปถามพี่เค้าว่า"พี่คะ เค้าคุยได้ไหมคะ - -" ก็เราเห็นเขาเขียนป้ายตั้งไว้นึกว่า
เป็นใบ้ง่าา า าา เราไม่ผิดใช่ไหมคะ T T เขาก็เงียบ ๕ วินาทีแล้วบอกว่า
"ได้ครับได้"แล้วเขาก็บอกชื่อมาอย่างว่าแหละค่ะ)
เราก็ไม่กล้าจะถามว่าพี่เขาอายุเท่าไหร่
แต่ก็ขอพี่เค้าถ่ายรูปมาทั้งตัวคุณตุ๊ก หนังสือบันทึกบางเล่ม
แล้วก็ร้านของเขาค่ะ
 
 
  (ตอนนี้เขากำลังเขียนบันทึกตอนมาที่ลพบุรีนี่แหละค่ะ)
 
 ต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์ระหว่าง นางสาว ก.กา กับ คุณตุ๊ก นะคะ
ก.กา : พี่คะ แล้วพี่เดินทางไปเรื่อย ๆ แบบนี้ มากี่ปีแล้วคะ
คุณตุ๊ก: อ่อ ผมก็ไปกับเพื่อนน่ะครับ
ก.กา:(เงียบ ดูข้อความในหนังสือแล้วกลับไปถาม) ตั้งแต่ปี ห้าศูนย์ เลยหรอคะ
คุณตุ๊ก: ครับ
 ก.กา: แล้วอย่างงี้ พี่เดินทางคนเดียวเลยหรอคะ
คุณตุ๊ก: ก็..ไปกับเพื่อนครับ คนที่ขายแหวนกับของเล่นร้านข้างๆเนี่ยน่ะครับ(คุณพี่เสื้อลายดอกที่กำลังจัดของน่ะค่ะ)
 
เนื้อหาในบันทึกแต่ละเล่มก็จะเป็นเกี่ยวกับสถานที่ที่เขาไปมาค่ะ
มีทั้งที่เป็นการออกร้านของเขาในแต่ละวัน
และข้อมูลอาณาเขต คำขวัญ ทิศทาง สถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด
บางเล่มก็มีคำนำด้วยค่ะ

 ถ้าอยากอ่านชัด ๆ จิ้มเบา ๆตรงนี้

 
 เราลองอ่านบันทึกเล่มนึง เกี่ยวกับ

งานฉลองวันแห่งชัย ชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2553

สิ่งที่คุณตุ๊กเล่าก็จะเกี่ยวกับการตั้งร้านของเขา และขอบพระคุณชาวจังหวัดโคราช
เขาเขียนบันทึกทุกหน้าจนหมดเล่ม ทั้งเล่าว่าบางทีไม่สบายแต่ก็ต้องเขียนต่อไป
เขียนถูกบ้างผิดบ้าง เพื่อเลี้ยงปากท้องของเขาเอง โดยไม่ต้องรบกวนญาติๆและแม่ของเขา
มีอดข้าวไป ๑ วัน เพราะไม่มีที่ออกร้าน
เขายังเล่าด้วยว่าคิดถึงกระรอกตัวหนึ่งที่เคยเลี้ยง แต่มันตายแล้ว
สาเหตุก็คือ เขานอนทับมัน
บางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องน่าขัน แต่สำหรับความคิดเขา เรา และใครอีกหลายคน
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ
หลังจากนั้นประมาณ ๒-๓ วันเขาก็ซื้อกระรอกตัวใหม่
เพื่อจะได้หายคิดถึงกระรอกตัวนั้น
แต่ตอนที่เรากำลังนั่งอ่านอยู่ก็ไม่เห็นกระรอกตัวสักตัว..................ค่ะ
(ทราบชะตากรรมโดยถ้วนทั่วนะคะ อาจจะปล่อยป่าแล้ว รึ แอบวิ่งหนีไป รึ.................ค่ะ)
 
ถ้าผู้อ่านบล็อกนี้สังเกตที่คำนำนะคะ เขาบอกว่า
หนังสือของเขาอ่านได้ 
แต่  ห้ามหยิบไปโดยไม่ได้รับอนุญาติ
เราคิดว่าคงไม่มีใครขโมยไปหรอก คิดอย่างงั้นกันใช่ไหมคะ
พระเจ้าช่วย!!!!! มีคนมาขโมยบันทึกของเขาไปค่ะ ๒ หนแล้ว
เขาเขียนว่า"คงขโมยไปตอนหลับ
บันทึกแต่ละเล่มกว่าจะเขียนได้ทรมาณมากครับ
แต่ช่างมันเถอะครับ ไอ้พวกที่ขโมยของคนอื่นเขาแบบนี้
ทำมาค้าขายอะไรก็ไม่เจริญหรอกครับ"
(โฮะๆๆๆ แอบสะใจค่ะ
ไอ้พวกมีมือมีเท้า มีสมรรถภาพครบถ้วน
สามารถทำมาหากินได้
กลับมาขโมยของที่มาจากความคิดของคนล่าฝันเช่นคุณตุ๊ก
น่าอายจริง ๆ ค่ะ เฮ้อๆๆๆ)
 
 มอง ๆ ดูตามหน้าปกต่าง ๆ ก็มีความคิดเห็นของคนแต่ละท้องถิ่น
ที่เขาเดินทางไป
ในชีวิตเราก็เพิ่งจะเคยเจอคนแบบนี้แหละค่ะ รู้สึกประทับใจมากเลย
จากที่คิดว่าวันนี้มันเลวร้ายที่สูญเสียอะไรบางอย่าง
แต่เราคิดว่าเย็นวันนี้ช่างคุ้มค่าเสียจริง ๆ กับการมาเดินที่คลองถม
ได้เจอ"คนล่าฝัน"ตัวจริงเสียงจริง
ที่เดินทางเหนือจรดใต้ไปเรื่อย ๆ และเขียนหนังสือเลี้ยงปากท้องตัวเอง
คนที่ได้อ่าน Entry นี้เราก็อยากให้ทุกคนต้อนรับคุณตุ๊ก
ถ้า...หากว่าเขาได้เดินทางไปตามท้องถิ่นของทุก ๆ คน
ถ้า...เห็นเขาคนนี้ ลองเข้าไปดูบันทึกของเขา และลองอ่านดู
ถ้า...คุณได้อ่านบันทึกของเขา เขาจะรู้สึกดีใจมาก และภูมิใจในตัวของเขาเอง
และถ้า...คุณได้รับรู้เรื่องราวนี้ ขอให้คุณได้"ตามล่าฝัน"ของคุณเอง ด้วย"แรงใจ"ของคุณเอง
หลังจากที่เราวางบันทึกที่เราจะอ่านเล่มสุดท้ายลง เราก็บอกพี่เค้าว่า
"พี่คะ ขอให้พี่โชคดีนะคะ"