ขออนุญาตเจ้าของบทความมาลงนะคะ

วันนี้เห็นอีกแล้ว ... ภาพควาญช้างพาช้างเดินร่อนเร่ข้างถนน
ถึงจะเห็นเป็นประจำจนเจนตา แต่ก็ใช่ว่าจะทำใจให้ชาชินได้

ครั้งนี้แย่ยิ่งกว่า ตรงที่ช้างที่เห็นยังเป็นลูกช้างอยู่เลย
สูงเท่าอกควาญช้างเอง.. แต่ขาลูกช้างเล็กมาก ไม่สมส่วน
สงสารเท้าบางๆ ต้องมาเดินบนคอนกรีตร้อนๆ
ถามควาญ ควาญบอกไม่ต้องห่วง เท้าช้างมันหนา
เราว่าไม่หนาเท่าหน้าควาญหรอกมั้ง

(
อันนี้คิดในใจ กลัวควาญสั่งให้ช้างเหยียบหน้าเรา)

กล้วย อ้อย ที่คนซื้อจากควาญ...เพื่อให้ควาญเอาให้ช้างกินอีกทีเนี่ย..
เป็นตลกร้ายมากๆ แต่ตลกที่ขำไม่ออก
เหมือนควาญจับช้างตัวเองเป็นตัวประกัน
ให้อดน้ำอดอาหาร แล้วรอให้คนอื่นเอาเงินมาไถ่ช้างของตัวเอง
แล้วควาญ ก็จะเอาเงินมาเลี้ยงตัวควาญเองเป็นส่วนมาก

(
และเลี้ยงช้างอีกเป็นส่วนน้อย)
สรุป ...เราไม่ได้ซื้ออาหารเลี้ยงช้าง แต่จ่ายเงินเลี้ยงควาญมากกว่า

เมื่อก่อนเราก็เป็นหนึ่งในคนขี้สงสาร อดไม่ได้ต้องซื้อกล้วยซื้ออ้อยให้ช้าง
ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ถูกต้อง

แต่จากประสบการณ์ตรง
" เ ห็ น ม า กั บ ต า "
คืนนั้นประมาณสี่ทุ่ม เรากับเพื่อนกลุ่มนึง
ออกมาจากร้านอาหารที่กินเลี้ยงกัน

เจอช้างเช่นเดิม (สงสัยดวงสมพงษ์)
เราก็ทำอย่างเดิม
(ซื้ออ้อยให้ช้าง)
แต่พอดีวันนี้มีเวลาเยอะ ประกอบกับมีที่นั่งแถวนั้น
เลยนั่งคุยกับเพื่อนไป ดูช้างไป


เริ่มเอะใจ
เฮ้ย... ทำไมช้างไม่เคี้ยวอ้อยหว่า
?
(
เวลาไปปางช้าง เคยสังเกตว่าช้างจะเอาอ้อยเข้าปาก แล้วเคี้ยวหยับๆอยู่แป๊บนึง)

หรือว่าให้น้อยไป ช้างกลืนลงคอไปแล้ว จะรู้รสไหมนั่น
?
ไม่ได้การ เลยซื้อเพิ่ม สงสารช้าง ท่าจะหิว มันดึกแล้วคงไม่มีใครมาอุดหนุนแล้วล่ะ
คราวนี้เราจ้องซะตาเหลือก
อ้าว.. ยังไม่เคี้ยวอีกแฮะ อมไว้รึป่าวเนี่ย
?

สักพักควาญเห็นว่าเรามองมากๆ เลยจูงช้างเดินเลี่ยงไป
( อย่างเร็ว)
เรากับเพื่อนอีก
3-4 คน ก็ทำเป็นออกเดินมั่ง
ทำเดินเม๊าท์แตกโดยบังเอิญไปทางเดียวกัน

(
แต่จริงๆคือจะเดินตามไปดู)
คราวนี้ควาญออกอาการ เอาขอเกี่ยวหูให้ช้างวิ่งเลย เราก็เฮ้ย ทำไมน่ะ
?
ควาญวิ่งพาช้างข้ามถนนไปอีกฝั่ง แล้วงุดๆไปหลบอยู่ตรงมุมมืดๆ

เรามองไม่ค่อยเห็นแล้ว เราไม่กล้าตามแล้วด้วย

โชคดีที่ตรงนั้น เพื่อนเราอีกคนออกมาจาก
7/11 ตรงหัวมุมแถวนั้นพอดี
(
ลืมไปเลยว่า เพื่อนอีกคนออกมาก่อน มันบอกจะเดินไปซื้อของที่ 7/11 ฝั่งตรงข้าม)
เพื่อนคนนี้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่เราเจอช้าง ควาญช้างก็ไม่รู้ว่าคนนี้เพื่อนเรา

เราโทรมือถือไปบอกเพื่อนเรา บอกว่า
" เฮ้ย อย่าเพิ่งพูดอะไรนะ ช่วยดูช้างกับควาญให้ที "
แล้วเราก็เล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้ฟัง ก่อนวางหู
เพื่อนคนนี้เป็นผู้ชาย มันเลยกล้าเดินไปยืนแถวๆควาญช้างตรงมุมมืดๆ
เพื่อนแกล้งทำท่าเหมือนหลบคนเยอะๆมาคุยโทรศัพท์
แต่จริงๆไม่ได้กดโทรออก
ส่วนเราเดินกลับมารอฟังข่าวที่เดิม

สักพักเพื่อนคนนี้ เดินข้ามฝั่งกลับมา บอกว่า


"
ควาญเอาขอเกี่ยวหูช้างอย่างแรง ตอนแรกช้างไม่ทำอะไร
ตอนหลังควาญเลยเอาขอเกี่ยว ฟาดเข้าหลังหูเลย
ด้านคมๆนั่นแหล่ะ ช้างท่าจะเจ็บมาก มันร้องในลำคอ
แล้วคายอ้อยออกมา
"

"
อารายนะ!!!!!! " เราตกใจ

"
ช้างคายอ้อยออกมา ...ออกมาเป็นมัดๆเลย
สงสัยอ้อยที่เธอซื้อให้นั่นแหล่ะ
" เพื่อนย้ำอีกที


เรางี้ฟังแล้วแทบร้องไห้
ควาญสอนช้างให้อมอ้อย จะได้ให้ช้างคายอ้อยในที่ลับตา
แล้วเอาอ้อยกลับมาล้างเพื่อขายใหม่ได้เรื่อยๆ
โดยที่ช้างไม่ได้กินอะไรเลย!!!!


คิดดูช้างเดินบนพื้นคอนกรีตแข็งๆเป็นกิโลๆ
ยิ่งน้ำหนักตัวกดทับเยอะ ก็ยิ่งระบม แล้วยังต้องมาอดอาหารอีก
นึกภาพมันอมอ้อยไว้ในปาก คงทั้งหวานทั้งน่ากิน แต่ช้างก็ไม่กล้ากิน เพราะถูกสอนมา
ตอนถูกสั่งให้คายครั้งแรก มันคงทำใจคายไม่ได้ คงหิวมาก
ต้องให้ควาญฟาดตะขอจิกเข้าไป มันเจ็บจนต้องคายออกมา
ยิ่งเราซื้ออาหารให้ช้างมากเท่าไหร่ ช้างก็ยิ่งโดนทำร้ายแบบนี้มากเท่านั้น...

ขอประณามควาญช้างที่ทำแบบนี้
คุณไม่ควรทำกับช้างผู้มีพระคุณกับคุณ
คุณอาศัยความสงสารของคนมาเลี้ยงตัวเองยังไม่พอ
คุณยังทำร้ายช้างด้วย นี่ไม่น่าอภัยให้ยิ่งกว่า

เราไม่รู้นะว่าควาญช้างกี่คนที่สอนช้างให้ทำแบบนี้ได้ เราได้แต่หวังให้มีคนนี้คนเดียว
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเบื้องหลังเค้าทำแบบนี้กันหมด
?

******
วานผู้ใจบุญ ช่วยส่งเมล์ฉบับนี้ต่อไปด้วย******

1555
อาจจะติดยาก
แต่มีอีกหลายเบอร์ เมมไว้ เห็นที่ไหน โทรแจ้งเลย

 
มูลนิธิเพื่อนช้าง

0-2945-7124/6 (
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์)
โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง (
24 ชั่วโมง)

08-1914-6113, 0-5424-7869/70

สายด่วน คุณโซไรดา ซาลวาลา

08-1936-3500

สายด่วน นายสัตวแพทย์ปรีชา พวงคำ

08-1936-3681

ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า

191

รายการวิทยุ "ร่วมด้วยช่วยกัน"

1677, 142

รายการวิทยุ "สวพ.
91"

1644, 0-2562-0033/34

รายการวิทยุ "จ.ส.
100"

1137, 0-2711-9160/60

ศูนย์รับแจ้งทุกข์และภัย กองป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กรุงเทพฯ

1555

สายด่วนแจ้งช้างเร่ร่อน

1362

edit @ 3 Dec 2009 20:44:59 by ZEVILLIA

edit @ 4 Dec 2009 00:07:37 by ZEVILLIA

Comment

Comment:

Tweet

มาหา จะพาไปกิน

ฟินเนเล่

#6 By ปลาวาฬ on 2009-12-27 21:12

ไม่ได้ผจญภัย

ผมก็ไปที่ๆ เดิม ในอีกทางหนึ่งต่างหาก

#5 By ปลาวาฬ on 2009-12-25 01:28

ถ้าอย่างนั้นมันก็บรรลุแล้วแหละ

การเต้นที่แท้จริงน่ะ

#4 By ปลาวาฬ on 2009-12-22 22:07

คิดถึงจัง

#3 By ปลาวาฬ on 2009-12-19 13:04

ก็ปลาวาฬมันน้อยใจนี่

ช้างน้อยยังมี ๕ขา แล้วทำไมมันถึงไม่มีขาล่ะ

#2 By ปลาวาฬ on 2009-12-13 21:03

อืม

เคยได้อ่านนะ ทางเมล์อะ
บอกกันไว้เยอะๆ จะได้รู้กัน tongue

#1 By ปลาวาฬ on 2009-12-10 23:17